ทำความรู้จักกับการทำ เลสิก เพื่อจบทุกปัญหาเรื่องสายตา

การทำ เลสิก สามารถทำให้คุณมีการได้มองเห็นโลกอย่างสดใส ๆ ซึ่งถือว่าเป็นความหวัง และความต้องการของคนที่มีสายตาผิดปกติทุก ๆ คน ไม่ว่าจะสายตาสั้น , สายตายาว หรือ สายตาเอียง คนที่มีสายตาปกติ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเรียบง่าย หรือมีขั้นตอนในการดูแลตัวเองน้อยกว่าคนที่มีภาวะสายตาผิดปกติ แต่คนที่มีสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง หลังจากตื่นนอนทุกวัน ก็ต้องมีแว่นสายตาไว้คู่กาย หรือ เริ่มต้นวันใหม่ด้วยคอนแทคแลนส์ เพราะถ้าไม่พึ่งพาอาศัยอุปกรณ์เหล่านี้แล้ว ก็เห็นจะเดินออกจากบ้านไม่ได้ ไปไหนไม่เป็นหรือหลงทางกันเลยทีเดียว !! สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องของ การทำงาน การเรียนหนังสือ หรือการประกอบอาชีพ และการพบปะผู้คนมากมายนั่นเอง

เลสิก นั้นมีประโยชน์ต่อบุคคลบางกลุ่มเป็นอย่างมาก เพราะบางคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ชอบออกกำลังกาย , ชอบว่ายน้ำ , ดำน้ำ หรือ ต้องเผชิญกับฝุ่นควันและลมแรงอยู่เสมอ ๆ เหตุนี้เองจึงทำให้มีปัญหากับการใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์บ่อย ๆ ซึ่งปัจจุบันนนี้มีวัตกรรมทางการแพทย์ ที่สามารถช่วยให้คุณกลับมามีสายตาปกติได้ ก็คือ การทำเลสิค (Lasik) หลายคนเคยได้ยินกันมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเลสิค หรือบางคนอาจกลัว ที่จะต้องทำการผ่าตัดบริเวณดวงตา แต่รับประกันว่าคุณสามารถมั่นใจได้ว่า สายตาที่ผิดปกติของคุณนั้นจะกลับมามองเห็นได้เช่นเดียวกับคนที่มีสายตาปกติ และมีปลอดภัยแน่นอนถ้าได้ทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะว่าการทำเลสิค ถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยมาก ๆ ในการรักษาความผิดปกติของสายตา และยังไม่มีรายงานการสูญเสียดวงตาจากการทำเลสิคเลยสักเคสตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

ทำเลสิก

เลสิค คืออะไร ? 

เลสิค หรือ Lasik ย่อมาจากคำว่า Laser In Situ Keratomileusis เป็นวิวัฒนาการในการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ ซึ่งจะมีทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยการใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ซึ่งก็คือเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้น ในระดับอัลตราไวโอเลต อีกทั้งจะทำปฏิกริยากับพื้นผิวที่สัมผัสเท่านั้น โดยไม่กระจายออกไปด้านข้าง หรือทะลุผ่านเข้าไปภายในลูกตา การรักษานั้นจะใช้ร่วมกับเครื่องมือแยกชั้นกระจกตา ที่เรียกว่า ไมโครเคอราโตม (Microkeratome) ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลสิคนี้เป็นการรักษาที่แน่นอน และแม่นยำมากที่สุด ละให้ผลข้างเคียงที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

ก่อนอื่นต้องทราบว่าใครที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยเลสิค ? เพราะไม่ใช่ว่าตรวจพบว่า เป็นสายตาสั้น , สายตายาว หรือสายตาเอียง แล้วจะรักษาได้ทันที โดยคนที่ทำเลสิคได้ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และมีค่าสายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน50 (0.5D) อย่างน้อย 1 ปี และไม่มีโรคของกระจกตา ยกตัวอย่างเช่น โรคอักเสบเรื้อรังในลูกต โรคเบาหวาน า ภาวะตาแห้งอย่างรุนแรง โรคกลุ่มรูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี(SLE)สะเก็ดเงิน , HIV และจะต้องไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ และนอกจากนี้ ควรมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ ถึงจะสามารถรักษาด้วยเลสิคได้นะ และเมื่อคุณตัดสินใจที่จะทำการรักษาแล้ว ก็ควรเตรียมตัวก่อนที่จะพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจประเมิน ดังนี้

  • คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดเลนส์ออกอย่างน้อย 3 วัน ก่อนทำการผ่าตัด ส่วนชนิดแข็งควรถอดอย่างน้อย 7 วัน ก่อนทำการผ่าตัด แต่ยิ่งถอดนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะค่าสายตาจะคงที่ ทำให้ผลในการรักษาดีขึ้น
  • ควรพาญาติมาเพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ
  • ควรพกแว่นกันแดดมาด้วย เพราะจะมีการหยอดยาขยายม่านตา ซึ่งจะทำให้ตาพร่ามัวและสู้แสงไม่ได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

ซึ่งในการตรวจประเมิณและการผ่าตัดนั้น จักษุแพทย์จะทำการวัดสายตาโดยละเอียด รวมถึงมีการวัดสายตาในสภาพที่ม่านตาขยายตัว ด้วยการหยอดยาขยายม่านตา โดยมีขั้นตอนการตรวจก็คือ ตรวจวัดการมองเห็น ตรวจวัดความดันลูกตา ตรวจสภาพจอประสาทตา ตรวจวัดความโค้งกระจกตาส่วนหน้า และส่วนหลัง ตรวจวัดความหนาของกระจกตา และนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจากการตรวจมาทำสรุปและให้คำแนะนำกับผู้ที่จะเข้ารับรักษา โดยใช้เวลาตรวจประมาณ 2-3 ชั่วโมง

การ ทำเลสิค มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

การ ทำเลสิก ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยนั้นมีความแตกต่างกันทางเทคนิคในการเปิดชั้นกระจกตาบน ก่อนที่จะปรับแต่งความโค้งของกระจกตา โดยที่เทคนิคเหล่านี้มีอยู่ทั้งหมด 4 เทคนิค โดยจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  1. PRK (Photorefractive Keratectomy) คือ เป็นวิธีแก้ไขสายตารุ่นแรกสุดเลย แต่ก็ยังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยขั้นตอนการรักษาจะไม่แยกชั้นกระจกตา แต่ก็จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออกก่อน แล้วใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาอีกที ก่อนจะปิดกระจกตาด้วย คอนแทคเลนส์นาน 5-7 วัน เพื่อลดอาการระคายเคืองตา และระยะเวลาในการผ่าตัดจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาที

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 30,000-50,000 บาท

  1. เลสิคแบบไร้ใบมีด (ReLEx Smile) หรืออีกชื่อคือ Refractive lenticule extraction – Small incision lenticule extraction สิ่งนี้คือเทคโนโลยีล่าสุดในการแก้ไขสายตา โดยใช้เลเซอร์ (Femtosecond Laser) ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก โดยที่เทคนิคดังกล่าวไม่ต้องเปิดฝากระจกตา เพื่อแยกชั้นเหมือนวิธีเลสิคใบมีดแต่จะใช้เลเซอร์ตัดเนื้อกระจกตา เป็นชิ้นเลนส์ แล้วดึงออกผ่านแผล ซึ่งมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 2-4 มิลลิเมตร จึงเป็นเทคนิคที่รบกวนกระจกตาน้อยมาก ๆ และระยะเวลาในการผ่าตัดแค่ประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้น

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 90,000-120,000 บาท

  1. เลสิคใบมีด (Microkeratome LASIK, Blade LASIK) เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยใช้ใบมีดทืี่มีขนาดเล็กเปิดฝากระจกตาขึ้น ก่อนที่จะใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer laser) มาปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้ได้ค่าสายที่ตามที่ต้องการ หลังจากนั้นก็จะปิดกระจกตากลับที่เข้าที่เดิม และมีระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 10-15 นาที เช่นกัน

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 30,000-50,000 บาท

  1. เฟมโตเลสิค (FemtoLASIK) คือวิธีการรักษาที่ใช้เลเซอร์เฟมโตเซคคอนในการเลเซอร์ ในขั้นตอนการเปิดฝากระจกตา จากนั้นก็จะปรับแต่งตามความโค้งของกระจกตาด้วยเอ็กไซเมอร์เลเซอร์ เรียกได้ว่าเป็นการใช้เลเซอร์เป็นหลักตลอดการรักษาเลยทีเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบมีดใดๆ ในการเปิดฝากระจกตา จึงทำให้ความแม่นยำและความปลอดภัยดีกว่าการทำเลสิคแบบใช้ใบมีด แต่จะมีระยะเวลาในการผ่าตัดเยอะกว่าแบบก่อนสักหน่อยนั่นก็คือประมาณ 30 นาที นั่นเอง

ค่าใช้จ่ายประมาณ : 70,000-100,000 บาท

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรทำ Lasik หรือไม่ ?

ก่อนทำ Lasik เราต้องทราบก่อนว่าโดยปกติแล้วการมองเห็นนั้นเกิดจากแสงจากวัตถุมากระทบที่ผิวกระจกตา แล้วเกิดการหักเหและโฟกัสไปที่จอประสาทตาพอดี จึงทำให้ภาพที่มองเห็นมีความชัดเจน โดยที่ไม่ว่าวัตถุนั้น ๆ จะอยู่ใกล้ หรืออยู่ไกล ซึ่งแบบนี้ถือเป็นภาวะสายตาแบบปกติ แต่ถ้าหากว่าความโค้งของกระจกตาหรือความยาวของลูกตามีมากหรือน้อยเกินไป ก็จะทำให้เกิดภาวะสายตาผิดปกตินั่นเอง

ภาวะสายตาผิดปกติ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท โดยประเภทแรกก็คือ สายตาสั้น หรือ Myopia ภาวะสายตาสั้นนั้นมักเกิดจากความโค้งของกระจกตามาก หรือขนาดของลูกตายาวเกินไป จะทำให้แสงตกกระทบ และโฟกัสก่อนถึงจอประสาทตา และทำให้มองเห็นภาพในระยะใกล้ได้ชัดเจนมากกว่าระยะไกลๆ นั่นเอง ส่วนประเภทที่สองก็คือ สายตายาว หรือ Hypertopia แต่สายตายาวก็จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ก็คือ สายตายาวโดยกำเนิด และสายตายาวเมื่อสูงอายุ ภาวะสายตายาวนั้นเกิดจากความโค้งของกระจกตามีน้อยหรือขนาดของลูกตาเล็กเกินไป ทำให้แสงตกกระทบและโฟกัสหลังจอประสาทตา และทำให้มองเห็นภาพในระยะไกล ๆ ได้ชัดเจนมากกว่าระยะสั้น ๆ 

นอกจากนี้ ภาวะผิดปกติของตาประเภทสุดท้ายนั่นก็คือ สายตาเอียง หรือ Astigmatism สายตาเอียงนั้นเกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวที่ไม่เท่ากัน และมักจะเกิดจากกระจกตาที่มีลักษณะแบบไม่กลม และทำให้แสงตกกระทบและโฟกัสที่จอประสาทตาไม่เป็นจุดเดียว จึงทำให้มองเห็นเป็นภาพซ้อน ซึ่งภาวะสายตาเอียงอาจเกิดร่วมกับสายตาสั้นและสายตายาวก็ได้ ซึ่งการแก้ไขปัญหาของสายตาทั้ง 3 ประเภท นั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่แว่นสายตา การใส่คอนแทคเลนส์ หรืออาจใช้เทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งก็คือการทำ Lasik นั่นเอง

ขั้นตอนการทำ เลสิก

สำหรับขั้นตอนการทำ เลสิก จะเริ่มจากการที่จักษุแพทย์หยอดยาชา เพื่อให้คนไข้ไม่มีความเจ็บปวด พร้อมกับ อธิบายขั้นตอนการรักษา หลังจากนั้นจักษุแพทย์ก็จะใช้เครื่องมือ Microkeratome เพื่อใช้ในการแยกชั้นกระจกตา โดยจะแยกชั้นของกระจกตา ออกประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของกระจกตา แล้วหลังจากนั้นจะใช้เครื่องเลเซอร์ชนิดพิเศษ ที่เรียกว่า Excimer Laser ยิงขัดผิวกระจกตาบางส่วนออก เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนความโค้งของผิวกระจกตา โดยขั้นตอนนี้ จะใช้เวลาแตกต่างกันในแต่ละคน ซึ่งใช้เวลาตามความมากน้อยของความผิดปกติของสายตา จากนั้น แพทย์จึงทำการปิดชั้นกระจกตาด้านบนกลับเข้าที่เดิม โดยไม่มีการเย็บ และทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 3-5 นาที กระจกตาก็จะสมานกลับเข้าที่เดิมได้โดยธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้คือ กระจกตาจะมีความโค้งพอดี ที่จะทำให้แสงจากวัตถุตกกระทบลงบนจอประสาทตา เหมือนกับคนที่มีสายตาปกติ โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น 

หลังการรักษาด้วย เล สิก คุณสามารถมองเห็นได้ชัดเจนพอสมควร ในเวลาอันรวดเร็ว และสามารถกลับบ้านได้เลย โดยจักษุแพทย์จะนัดมาทำการตรวจในวันถัดไป และอาจมีผลข้างเคียงเล็กๆน้อยๆ เช่น เคืองตา  น้ำตาไหล ในช่วง 1 ถึง 2 วันแรก หลังการผ่าตัด สายตาจะคงที่ในเวลาประมาณ1สัปดาห์ ถึง 1เดือน ขึ้นอยู่กับความมากน้อย ของภาวะสายตาที่เป็นอยู่ด้วยนั่นเอง แต่จุดประสงค์ที่สำคัญของการรักษาก็คือต้องการให้หายจากสายตาสั้น , สายตายาว หรือสายตาเอียงโดยถาวร และไม่ต้องกลับไปสวมแว่นตา หรือไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์ตลอดไป แต่บางครั้ง ก็ไม่สามารถทำให้ตรงตามจุดประสงค์ดังกล่าวได้ ดังนั้นจุดประสงค์รองลงมาก็คือ การช่วยให้มีสายตาสั้น , สายตายาว และสายตาเอียง ลดลงจากเดิมให้มากที่สุดเพื่อให้ผู้มาทำเลสิคไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ตลอดเวลานั่นเอง

สรุป

สรุปแล้วการทำ เลสิก มีอยู่มากมายหลายประเภทให้ผู้ที่มีภาวะสายตาไม่ปกติได้เลือกรูปแบบรักษา แต่ละเทคนิคก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป ต้องดูที่ความเหมาะสมของสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วยในการทำการผ่าตัดในแต่ละครั้ง เพราะฉะนั้นผู้ที่ต้องการทำ เลสิก จำเป็นต้องตรวจสุขภาพร่างกายอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำ เพราะบางคนก็ทำได้แค่บางวิธีเท่านั้น การตรวจประเมิณสภาพตาจึงเป็นเรื่องสำคัญมากและควรปรึกษาและวางแผนการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือจักษุแพทย์ เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด 

บทความวาไรตี้แนะนำ : แคมป์ปิ้ง เทรนด์ใหม่มาแรงของคนเมืองที่รักธรรมชาติ

Lord2movie