บุฟเฟ่ต์ กินบ่อย ๆ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไม่คาดคิด !!

บุฟเฟ่ต์ เป็นอาหารที่กินแล้วคุ้มก็จริง เพราะสามารถเลือกกินได้อย่างหลากหลาย โดยที่คุณสามารถจ่ายได้ในราคาเหมา ๆ ราคาเดียว หลาย ๆ คนเลือกกินบุฟ เฟ่ต์เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่า เลยกินกันแบบจัดหนัก แล้วยิ่งในยุคนี้ที่ราคาของบุฟ เฟ่ต์ นั้นค่อนข้างที่จะเข้าถึงง่าย เพราะราคาถูก และเป็นประเภทอาหารที่หลาย ๆ คน ถูกปาก ยกตัวอย่างเช่น หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู เป็นต้น แถมในอีกหลาย ๆ ร้าน ภายในราคาเท่านี้ยังแถมขนมหวานมาให้ด้วย และมีช่วงเวลาในการทานถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุด ๆ 

เพราะว่า Buffet เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการตัดสินใจทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนฝูง หรือคนในครอบครัว โดยการทานอาหารประเภทนี้ถึงแม้จะเป็นทางเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก และใคร ๆ ก็สามารถทานได้ แต่จะรู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วการทานอาหารแบบไม่อั้นแบบนี้บ่อย ๆ นั้นย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเราเช่นเดียวกัน ซึ่งหากมีการทานที่มากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายเราอย่างไม่คาดคิด โดยการทานบุฟ เฟ่ต์ จะทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง ? เราจะมาทราบคำตอบทั้งหมดกันในบทความนี้

บุฟเฟ่ต์

ต้นกำเนิดของ อาหารแบบบุฟเฟ่ต์

การกินอาหารแบบสไตล์นี้นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสวีเดน ตั้งแต่สมัยยุคไวกิ้งเลยทีเดียว ซึ่งชาวไวกิ้งนั้นจะถูกเรียกว่า โจรสลัดแห่งยุโรปเหนือ เป็นชนเผ่าที่มีทักษะในการเดินเรือสูง ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการซื้อขายสินค้า และปล้นสะดม พวกเขามักจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนเรือที่แล่นอยู่กลางทะเล โดยเวลาขึ้นฝั่ง พวกเขาจึงมักจะสั่งอาหารที่อยากรับประทานมาวางไว้เต็มโต๊ะ จากนั้นก็ให้แต่ละคนได้เลือกทานกันอย่างตามใจชอบ จึงเป็นที่มาของ อาหารบุฟเฟ่ต์ โดยอารยธรรมการกินอาหารแบบนี้ จะถูกชาวฝรั่งเศสขนานนามว่า Buffet และแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา จนถึงในช่วงยุคปัจจุบัน การกินอาหารประเภทนี้ก็มีความหลากหลายมากขึ้น มีทั้ง อาหารทะเล ขนมหวาน และผลไม้เพิ่มเข้ามา มีทั้งคาวและหวานไปในตัว และจุดเด่นอย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือการ ‘บริการตัวเอง’ นั่นเอง

หรืออีกอย่างนึงที่คุ้นหูคือ “All you can eat” เป็นคำที่บัญญัติโดยชาวอเมริกัน และชาวยุโรปในยุคปัจจุบัน โดยร้านอาหารบุฟ เฟ่ต์ แห่งแรกในอเมริกา มีชื่อว่า Herb McDonald เปิดขายอยู่ที่ลาสเวกัส ในช่วง 1940 โดยมีแนวคิดว่าต้องการให้นักพนันทั้งหลาย อยู่ใน คาสิโน ให้ได้นานที่สุด ด้วยการล่อด้วยอาหารแบบ all you can eat ที่กินได้ไม่อั้น นั่นเอง !!

สำหรับในภาษาไทย บุฟเฟต์ มีไว้เรียกประเภทการกินอาหารที่มีการจัดวางอาหารทั้งหมดไว้บนโต๊ะ และให้ผู้ที่เป็นแขกในงานเดินไปตักอาหารต่าง ๆ นั้นด้วยตนเอง และในบางครั้ง อาจมีผู้ช่วยจัดอาหารไว้เป็นจาน ๆ แต่ผู้เป็นแขกต้องไปหยิบอาหารเหล่านั้นมารับประทานด้วยตนเอง ปัจจุบันได้มีการขยายความหมายถึงแบบการขายอาหารซึ่งผู้ขายจัดอาหารไว้หลายอย่าง และคิดราคาเหมาเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ผู้เลือกหยิบอาหารรับประทานเอง และรับประทานได้เต็มที่ตามความพอใจ อีกทั้งยังมีการจัดอาหารหลาย ๆ แบบด้วย เช่น อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารอิตาเลียน อาหารเกาหลี หรือจะเป็นขนมหวานก็มีเช่นกัน

โรคร้าย ที่อาจมาพร้อมกับ อาหารบุฟเฟต์

แน่นอนว่าทุกอย่างอาจมีข้อเสีย และ ข้อดี แตกต่างกันไป แต่สำหรับ อาหารบุฟเฟ่นั้น ควรเลือกเลือกทานในปริมาณที่พอดี และไม่ควรทานบ่อยเกินไป เลือกอาหารก่อนทานสักนิดเราก็จะสามารถมีความสุขกับการทานบุฟเฟ่ต์ได้ แต่ถ้าเราทานในปริมาณที่เกินพอดี และทานบ่อยมากเกินไป จะเกิดโรครุมเร้ามากมายโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว โดยมีโรคที่อาจมาพร้อมกับอาหารเหล่านี้ ดังนี้

1. โรคอ้วน 

แน่นอนว่าสมเหตุสมผลมาก ๆ ถ้าเป็นโรคที่จะมาพร้อมกับอาหารประเภทนี้ เพราะการทานบ่อย ๆ อาจส่งผลให้เกิดเป็นโรคอ้วนได้ เนื่องจากการทานปิ้งย่างส่วนใหญ่จะเป็นประเภทของไขมัน และอีกทั้งคนส่วนใหญ่ เมื่อทานแล้วจะไม่ค่อยมีการออกกำลังกายให้เพียงพอต่อการเผาผลาญสำหรับการทานอาหารจำนวนมากขนาดนี้ ทำให้นอกจากจะเสี่ยงเป็นโรคอ้วนแล้ว ยังอาจเกิดเป็นภาวะอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไขมันในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง เป็นต้น

2. โรคมะเร็ง 

สายชาบู ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับส่วนนี้เท่าไหร่นัก แต่จะไปโดนตรงสายปิ้งย่างเสียมากกว่า เพราะสายปิ้งย่าง สายหมูกระทะ ต้องระวังไว้ให้ดี เนื่องจากการปิ้งย่างส่วนใหญ่นั้นจะมีรอยไหม้ต่าง ๆ ที่บางคนอาจจะชื่นชอบทาน ยิ่งเกรียม ๆ ยิ่งอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่ามันมีสารพิษที่เกิดจากควันไฟที่ใช้ปิ้งย่างอยู่ และเมื่อทานเข้าไปสารพิษส่วนนั้นก็จะเข้าสู่ร่างกายเราไปพร้อมกับอาหาร โดยหากทานจุดไหม้เข้าไปก็จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งได้นั่นเอง

3. ท้องเสีย 

การทานอาหารสไตล์นี้แม้จะมีเมนูที่หลากหลาย แต่หากทานทุกอย่างผสมกันรวม ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ หรือการที่ปิ้งย่าง หรือ ต้มเนื้อยังไม่สุกก็เป็นสาเหตุให้เกิดการท้องเสียได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดขึ้นจากสารปนเปื้อนจากอาหารชนิดต่าง ๆ ได้อีกด้วย

4. ไข้หูดับ

เป็นโรคที่เกิดจากการที่เราทานหมูไม่สุกเข้าไป ซึ่งโรคนี้มีชื่อที่เป็นทางการว่า โรคสเตรปโตคอลคัส ซูอิส ที่เกิดจากเชื้อสเตรปโคคอคคัสซูอิส ที่มีอยู่ในหมูโดยสามารถติดต่อสู่คนได้หากทานเนื้อหมูในลักษณะที่กึ่งสุข กึ่งดิบ

5. โรคเบาหวาน 

มีงานวิจัยพบว่าผู้ที่กินอาหารเยอะ ๆ จนติดเป็นนิสัย อาจเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากกว่าปกติ นอกจากนี้การกินอาหารในปริมาณมาก ๆ เป็นประจำอาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้นอีกด้วย ซึ่งหากผู้ใดมีอาการเหมือนจะเป็นโรคเบาหวาน อย่างสายตาพร่ามัว อ่อนเพลีย หิว กระหายน้ำอย่างมาก ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือรู้สึกชาตามมือและเท้า ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

6. ภาวะซึมเศร้า 

หลาย ๆ คนอาจจะงงว่ามันเกี่ยวกันอย่างไร? แต่รู้หรือไม่ว่าผู้ที่มีพฤติกรรมการกินมากผิดปกติ มักมีปัญหาทางอารมณ์อย่างภาวะซึมเศร้าหรือภาวะวิตกกังวลร่วมด้วย และคนกลุ่มนี้ก็มักจะเลือกใช้การกินเป็นวิธีขจัดอารมณ์ด้านลบทิ้งไป ซึ่งวิธีนี้กลับยิ่งทำให้ต้องมารู้สึกผิดกับตัวเองในภายหลังแล้วยิ่งกินมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

กินบุฟเฟ่ต์ อย่างไรไม่ให้ทำลายสุขภาพ ?

ในปัจจุบันมีร้าน กินบุฟเฟ่ต์ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งสังสรรค์กับเพื่อนหลาย ๆ กลุ่ม จนบางครั้งเราก็แทบจะเข้าร้านอาหารบุฟ เฟ่ต์ แบบวันเว้นวันกันเลยทีเดียว เราจึงมีเคล็ดลับดี ๆ มาบอกกันว่าจะกินอย่างไรให้อร่อย มีความสุข และไม่ทำลายสุขภาพมากจนเกินไปมาแชร์กัน 

  • ให้เน้นอิ่ม มากกว่าเน้นคุ้ม เป็นคาถาที่อยากให้ทุกท่านท่องไว้ตลอดการรับประทานอาหารเลยทีเดียว เพราะเมื่อใดที่เรานำความคุ้มมามีอิทธิพลเหนือความอิ่ม จะทำให้เรารับประทานอาหารมากเกินความต้องการ และเป็นการเพิ่มและสะสมไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะที่บริเวณตับ และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรัง เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น เพราะฉะนั้นให้จำไว้ว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มรู้สึกว่าอาหารที่กินเข้าไปเริ่มไม่อร่อยเท่ากับคำแรกที่รับประทาน มันสื่อว่าเราเริ่มอิ่มและเราควรที่จะหยุดรับประทานมันได้แล้ว เพราะความคุ้มคือความหลากหลาย ไม่ใช่ปริมาณ
  • รับประทานให้ช้าลง และหยิบแต่น้อยพอรับประทาน การรับประทานให้ช้าลง จะช่วยลดปริมาณอาหารที่เราจะรับประทานเข้าไปได้ ทั้งยังทำให้เราค่อย ๆ ซึมซับรสชาติของอาหารในปริมาณที่พอเหมาะต่อร่างกายของเรา และการหยิบอาหารในปริมาณที่พอดีจะเป็นอีกทางที่ช่วยลดปริมาณอาหารทั้งหมดที่เราจะรับประทาน เพราะหลาย ๆ ครั้ง ท่านอาจประสบปัญหาที่ต้องรับประทานอาหารที่หยิบมาให้หมด ทั้ง ๆ ที่อิ่มแล้ว
  • ลดการรับประทานน้ำซุป และจิ้มน้ำจิ้มแต่น้อย น้ำซุป หรือน้ำจิ้มล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกร้านก็คือมีโซเดียมจำนวนมาก หากเรารับประทานโซเดียมมากเกินไป จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไต เป็นต้น ดังนั้น เราจึงขอแนะนำให้พยายามลดการรับประทานน้ำุปและน้ำจิ้มให้พอได้รสชาติก็เพียงพอแล้ว
  • ดื่มน้ำหวานแต่น้อย และลดขนมหวานลงแต่พอดี ใน ร้านบุฟเฟ่ต์ หลาย ๆ ร้าน มักจะมีน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือขนมหวานรวมอยู่ในโปรแกรมเหล่านั้นด้วย ทางเราจึงขอแนะนำให้เลือกดื่มน้ำหวานเพียง 1 แก้ว หรือลดลงจากเดิมครึ่งนึงเพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำตาลส่วนเกิน ที่อาจเป็นอีกสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน นอกจากนี้ก็ควรรับประทานขนมหวานแต่พอดี ตักมาชิมแค่อย่างละนิดละหน่อยก็เพียงพอ
  • รับประทานผักและข้าวในปริมาณที่พอเหมาะ โดยการรับประทานผักจะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของเราสามารถทำงานได้อย่างปกติ ช่วยเติมเต็มพื้นที่ในกระเพาะอาหารได้ และการรับประทานข้าวร่วมด้วยจะทำให้เราอิ่มอย่างพอดี
  • เลือกเนื้อสัตวืแบบที่ไม่ติดมัน เพราะถ้าหากว่าเรารับประทานเนื้อสัตว์แบบติดมันในปริมาณมากไป ก็อาจจะเอาทำให้เราได้ไขมันอิ่มตัวมากเกินความจำเป็นและอาจส่งผลต่อไขมันในเลือดของเราได้ ดังนั้นจึงควรปรับเปลี่่ยนเนื้อสัตว์ติดมัน เป็นเนื้อสัตว์ในส่วนที่ไม่ติดมัน เช่น หมูสันใน เนื้อไก่ เนื้อกุ้ง เป็นต้น

สรุป

การกินบุฟเฟ่นั้นหากเรากินให้เป็น และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ก็อาจจะไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อเรามากนัก โดยนำเอาเคล็ดลับดี ๆ ที่เราได้แชร์ให้ทุกคนอ่านได้นำไปปรับใช้เพื่อที่จะได้มีความสุขกับการกินมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีโรคร้ายต่าง ๆ มารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และอื่น ๆ อีกมากมาย หากเราเลือกกินและยั้งใจได้ การรับประทานบุฟเฟก็ไม่เป็นปัญหาของเราอีกต่อไป !

บทความวาไรตี้แนะนำ The Batman หนังที่แฟนๆ ยกให้เป็น แบทแมน เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

Lord2movie